อยากมีความสุข “อย่ายุ่งเรื่องของคนอื่น”

มีคำกล่าวว่าจะสุขหรือทุกข์อยู่ที่ใจเรา ซึ่งมันเป็นเรื่องจริงๆ ถึงแม้จะดูกับขัดแย้งกับหัวเรื่องที่เป็นเรื่องของคนอื่น แต่ถ้าทบทวนดีๆ และย้อนกลับมามันก็มาจากตัวเราทั้งนั้น

ต้องบอกไว้ก่อนว่า มันเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ซึ่งทุกข์สุขแต่ละคนมันอยู่ที่จังหวะชีวิตและช่วงอายุ บางคนอาจจะทุกข์ทางร่างกาย ความยากจน คนในครอบครัวมีปัญหา แต่ก็อย่างที่กล่าว ทุกสิ่งมันก็มาจากตัวเราที่เก็บมาคิดย้ำคิดย้ำทำจนเกิดความทุกข์

แต่สิ่งที่ทำให้คนเราเกิดทุกข์ได้อีกอย่างก็คือการ “ไปยุ่งเรื่องของคนอื่นมากจนเกินไป” ผลคือ หัวเสีย จิตใจว้าวุ้น ไม่มีความสงบสุขในจิตใจ ถ้าเราเป็นคนจิตใจไม่เข้มแข็งพอ จะทำให้เราเปรียบเทียบกับคนอื่นแทนที่จะยินดีกับสิ่งที่พวกเขาได้รับ

หรือเจอคนมีความคิดต่าง เกิดอาการหมั่นไส้ ทำไมเขาเหล่านั้นถึงมีความคิดแบบนั้น จะถูกหรือผิด เราก็แก้ไขเขาไม่ได้ ทำให้เราผิดหวังและมีความฉุนเฉียว แน่นอนเราแก้ไขคนอื่นไม่ได้ แต่เราแก้ไขที่ตัวเราได้ ยุ่งแต่เรื่องของตัวเองก็พอแล้ว

โซเชียลมีเดีย

เอาเวลามาพัฒนาตัวเอง เปรียบเทียบกับตัวเองในแต่ละวัน ทำตัวให้มีทักษะขึ้นทีละนิดในทุกๆวัน สงบขึ้นในทุกๆวัน อย่างตัวผู้เขียนเอง ในโลกดิจิตัลโซเชียลมีในชีวิตตลอดผู้เขียนพยายามลดละเลิกสิ่งเหล่านี้มาหลายครั้ง ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้างแต่ก็ฝึก เพราะรู้อยู่แก่ใจว่า ถ้าใช้งานสิ่งเหล่านี้มากไปมันจะกัดกินเวลาชีวิต ด้วยระบบที่คิดมาแล้วให้เราติด อย่างเช่น ปุ่ม Like หรือการเลื่อนอ่าน Feed ที่ไม่รู้จบ ทำให้โดพามีน หรือสารความสุขในร่างกายหลั่งมา แบบเดียวกับการสารเสพติด

ใช่ครับ หลายคนติดโซเชียลมาก ในขณะที่จิตใจไม่สามารถรับมือได้ และเราจะเกิดภาวะต่างๆ ที่กล่าวมาจนเกิด “ความทุกข์” และตกอยู่ในหลุมโซเชียลออกมาไม่ได้

ส่วนตัวผู้เขียนใช้วิธีลบแอพออกจากมือถือ ซึ่งต้องยอมรับว่าทรมานมาก ส่วนในเครื่องคอมพิวเตอร์ก็ให้ออกจากระบบ และหาโปรแกรมบล็อกเว็บไซต์มาใช้งาน ประเด็นคือให้เราเข้าใช้งานยากที่สุด ถ้าจำเป็นต้องเข้าไปใช้ (จำเป็นจริงๆนะ) ให้เข้าสู่ระบบแบบกรอกผู้ใช้รหัสผ่านใหม่ ใช้เสร็จก็กดปุ่มออกจากระบบเหมือนเดิม

พยายามฝืนให้ได้สักสองสัปดาห์ ช่วงแรกจะลงแดงเหมือนคนติดเหล้า เราจะกดๆเข้าๆออก ในสิ่งที่เราเคยทำมาตลอด ให้พึงระลึกเสมอว่า “เพื่อความสุขและชีวิตใหม่ของเรา” ของดีต้องใช้ความมานะ ถ้าเข้าสัปดาห์ที่สามความอยากจะลดลง จิตใจเราจะเริ่มสงบและอย่าได้กลับไปหามันอีก เอาเวลาชีวิตและสมาธิที่มีมากขึ้นไปทำอะไรที่มันดีๆ ให้ตัวเอง เรื่องคนอื่นก็ช่างหัวเขา ไม่ได้ทำให้เราดีขึ้น

คำสอน

ธรรมดาเราดูแต่คนอื่น 90 % ดูตัวเองแค่ 10 % คือเราคอยดูแต่ความผิดของคนอื่น เพ่งโทษคนอื่น คิดแต่จะแก้ไขคนอื่น ต้องกลับเสียใหม่นะ ดูคนอื่นเหลือไว้ 10 % ดูเพื่อศึกษาว่าเมื่อเขาทำอย่างนั้น คนอื่นจะรู้สึกอย่างไร เพื่อเอามาสอนตัวเองนั่นแหละ แล้วเปลี่ยนมาดูตัวเอง พิจารณาตัวเอง 90 % จึงเรียกว่าปฏิบัติธรรมอยู่

หลวงปู่ชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี

ยุ่งกับคนอื่นเท่าที่จำเป็น เรียนรู้กายใจตัวเองให้มาก เวลาทำงานต้องยุ่งกับคนก็ยุ่งไปตามหน้าที่ ยุ่งเท่าที่จำเป็น ถ้าไม่จำเป็น ไม่มีธุระอะไร ก็อย่าไปยุ่งกับคนอื่นเค้า คนที่ชอบไปยุ่งคนอื่น ภาวนาไม่ขึ้นหรอก เอาเวลามาเรียนรู้กาย เรียนรู้ใจตัวเองให้มากดีกว่า

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

แน่นอนว่าชีวิตจริง เราไม่ได้อยู่ในป่า ยังคงต้องทำงานปฏิสัมพันธ์ ซึ่งหากมีเรื่องใดๆ ผ่านเข้ามา “พยายามฝึกการรับรู้” เข้ามาให้ไตร่ตรอง สำคัญไหม เรื่องของเราไหม ถ้าไม่ใช่ก็ให้มันผ่านไป ไม่ต้องไปจับจด ย้ำคิดย้ำทำ เสียเวลาชีวิตเปล่าประโยชน์

สรุป

ถ้าอยากมีความสุข ให้อย่าสนใจหรือยุ่งเรื่องของคนอื่น พยายามสนใจคนอื่นให้น้อยลงใส่ใจตัวเองให้มากขึ้น การกระทำหรือความคิดของเขาคนอื่น จะผิดถูกก็เป็นเรื่องของเขา ปล่อยไปอย่าเอามาเป็นอารมณ์ที่เคียดแค้น ยุ่งแค่เรื่องตัวเอง ดูว่าขาดอะไรและต้องพัฒนาอะไร เพราะสิ่งสำคัญคือการรู้จิตใจตัวเอง และทำให้ตัวเราเองมีความสุข