หลายวันก่อนขณะที่ผมกำลังขับรถจากสุราษฯขึ้นมากรุงเทพฯ ก่อนจะถึงกรุงเทพฯก็เริ่มเย็นแล้ว แสงอาทิตย์สีทอง ตัดกับท้องฟ้า ต้นไม้ ภูเขา และมีสายรุ้ง ในใจคิดไปถึงสิงคโปร์เมืองที่ผมคิดว่าดี แต่ถึงยังไงก็สู้เมืองไทยไม่ได้

ผมไม่ค่อยได้ติดตามข่าวสารหรือเข้า Social แล้วนานๆเข้าที และไม่รับฟังข่าวทุกชนิด แต่อย่างว่ามันต้องมีนั่งแล้วคนเปิดทีวีบ้าง คนรู้จักมาเล่าบ้าง หรือพบเจอเองในชีวิตจริงซึ่งก็ไม่น้อย

ผมได้ตกผลึกแล้วว่าหากจะใช้ชีวิตในเมืองไทยให้มีความสุขควรจะปล่อยวาง แผ่เมตตา และขอโทษให้บ่อยๆ เพื่อไม่ให้ตัวเองอารมณ์เสียกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง (ซึ่งจริงๆบางเรื่องก็น่าเป็นเรื่องนะ) อาทิเช่น

  • ไม่นานมานี้ก็มีข่าวเด็กช่างฟันผิดคน ไปฟันเอาหนุ่มโรงงาน ผ่านมากี่ชาติก็ยังตีกันเหมือนเดิม …
  • คนขับรถเร็ว ปาดซ้ายขวา อันนี้เจอกันแน่ทุกคน คนขับรถเร็วมากขนาดนี้แต่ไม่ยั๊กกะมีแช๊มป์โลกแข่งรถเนาะ …
  • นินทา , ขี้อิจฉา อันนี้คนใกล้ตัวผมก็เป็น แล้วที่สำคัญก็มีคนขี้อวดเยอะซะด้วย ไปกันใหญ่ …
  • ไม่นานมานี้ไปเล่นบาสฯ กระทบกระทั่งนิดหน่อย ฉุนเฉี่ยว บอกเล่นแรง ถ้าผมตั้งใจนอกเกมจะไม่ว่าเลย พวกนักบาสฯพวกนี้น่าไปเล่นโยคะแทนจะได้ไม่อารมณ์ร้อนง่าย
  • ขับรถกระทบกระทั่งนิดหน่อย ปาดเบรคจะลงมามีเรื่อง อันนี้เจอกับตัวมา 4-5 ครั้ง ส่วนใหญ่ผมจะขับช้าๆยอมๆไป …

หลายๆข้อที่กล่าวมาไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นกลับแย่ลง ไม่แน่ใจเพราะความสะดวกสบายและเทคโนโลยีที่มันทำให้คนเราหัวเสียใจร้อนง่ายรึเปล่านะ ถึงทำให้ “สังคมไทยเกินเยียวยา” …