ที่ยังไม่ประสบความสำเร็จเพราะตัวเองล้วนๆ

อยู่ๆก็คิดถึงตัวเองในงานหลายๆอย่างที่ทำอยู่ เอ… รู้สึกว่ามันยังไม่สุดไม่เต็มที่เท่าทีควรมากนัก ทีแรกก็มีไปโทษปัจจัยภายนอกแต่พอย้อนมองคนอื่นที่ไปได้ดีกว่าเราไม่ใช่คนเดียวแต่หลายคน ผมว่าถึงเวลาที่ผมต้องปรับปรุงตัวเองใหม่เสียแล้วล่ะ!คนนั้นเค้าเก่ง มีเงิน มีทุน ฉลาด ไม่มีหนี้เหมือนเรา ไม่มีภาระเหมือนเรา แต่พอได้ติดตามประวัติ อ่านจากบทความหรือ Facebook ส่วนตัวกลับไม่เป็นอย่างนั้นเลย หลายคนมีหนี้มากกว่าผมซะอีก อย่างผมรายจ่ายต่อเดือนประมาณ 5 หมื่นบาท ตอนแรกเราก็นึกว่ามากแล้วนะ ที่ไหนได้มีคนที่

มีหนี้ต้องใช้ 2 แสนบาทต่อเดือน !

แม่เจ้าเยอะนะนั่นดีที่ ดีที่คนที่ผมกล่าวถึงเป็นคนขยันเห็นทำอะไรตลอดเวลาแทบไม่หยุดหย่อนเลย หนำซ้ำยังมีโรคประจำตัวอีกทั้ง หอบหรือ ไมเกรน ลองคิดดูว่าทรมานขนาดไหน

ก็เค้าเก่งนี่หว่า !! อันนี้ผมสงสัยเหมือนกันเชื่อว่าสมองก็มีส่วน แต่ไม่เท่าความมานะพยายามหรอก และกล้าทำอะไรต่อมิอะไรหลายอย่าง อันนี้เห็นหลายคนแล้วครับ มีพี่คนนึงเคยบอกกลับผมว่า

“ความรู้ความชำนาญมันแลกด้วยเวลา”

เคยได้ลองอ่าน Blog ย้อนหลังของแต่ล่ะคนล้วนแต่ผ่านการทำงานหนักอะไรต่อมิอะไรมามากมายก็สมควรที่จะได้ประสบการณ์พร้อมกับความเชี่ยวชาญที่ตามมา และบางคนยิ่งหนักกว่าผมเยอะ มีลูกมีเมียพ่อแม่ต้องเลี้ยงดู พูดง่ายๆคือมีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบนี่ขนาดยังไม่รวมหนี้หรือค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆเลยนะ แถมยังแบ่งเวลาไปดูแลครอบครัวลูกเมียได้อีก เออเป็นไปได้ยังไงที่ตัวผมเองจะมาพูดว่า

“ไม่มีเวลา …”

คนอื่นเขามีภาระหน้าที่ มีเทพฯบางคนอยู่ต่างจังหวัดแท้ๆ ต้องเดินทางโดยเครื่องบินยังสร้างผลกระทบในด้านการอบรมเป็นเลิศในสิ่งๆนั้น และแบ่งปันความรู้ต่างๆให้คนอื่นได้มากมาย แถมดูแล้วเป็นคนคิดบวกซะด้วยทำเอาเราทึ่งเหมือนกันพวกเขาเหล่านั้นสร้างสิ่งใหม่ๆขึ้นมา สร้าง Product ที่เปลี่ยนชีวิตคน หรือแม้แต่บริษัทที่สามารถเลี้ยงพนักงานได้อีก ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามองย้อนที่ตัวเอง

เอ๊ะ ! นี่กูมีข้ออ้างอะไรมากไปรึเปล่าวะ?

จะมาอ้างนู่นนี่รอนั่นนี่คิดอะไรมากมายคงไม่ใช่แล้วมั้ง อยากจะไปถึงจุดหมายก็ต้องบากบั่นกันหน่อย เอาจริงกับมัน “ไม่ได้กูไม่เลิก” (สมคิด ลวางกูร ) ชีวิตมันต้องให้สุด และผมจะยอมไม่ได้ที่จะมีชีวิตแบบนี้ไปเรื่อยๆอย่างแน่นอน สู้โว๊ยยยยยย “แหงนหน้าท้าเทวดาต่อย” อีกครั้ง