ระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ตามเว็บหรือข่าวต่างๆจะมีเรื่องเกี่ยวกับคนขับรถอารมณ์ร้อนบนท้องถนนเยอะมาก เรียกได้ว่าแทบจะทุกสัปดาห์เลย และผมก็มีประสบการณ์บนท้องถนนแบบนี้แทบจะทุกวันที่ขับรถออกเลยทีเดียว อย่างเช่นปาดหน้าแล้วเบรคหาเรื่อง อันนี้นโดนมาหลายรอบแล้ว ขับด้วยความเร็ว 40-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเมืองหลวงอันจอแจคับคั่งไปด้วยผู้คนที่เร่งรีบบางครั้งเราอาจจะไปทำให้เขาเหล่านั้นไม่พอใจโดยไม่รู้ตัว

เกิดอะไรขึ้นหนอกับประเทศนี้เมืองนี้ ???

ออกท้องถนนเหมือนไปฝ่าดงสงครามแย่งอาหารหาประโยชน์ความสะดวกส่วนตนกันหรือไร บางทีปัจจัยที่เห็นแน่ๆคือ เมืองไทยเป็นเมืองร้อนคนเลยอาจจะอารมณ์ร้อนตามสภาพอากาศก็เป็นได้ ถึงขั้นแอร์เย็นๆในรถเอาไม่อยู่กันทีเดียว แต่คิดไปคิดมาอาจจะไม่ใช่ อันนี้ไม่รู้เป็นเพราะนิสัยสัญชาตญาณของเผ่าพันธ์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้รึเปล่า (อันนี้แซวเล่นครับ) ส่วนตัวเลยนะคิดว่าปัจจัยนึงที่ทำให้เป็นปัญหาเลยก็คือ

เทคโนโลยีที่ทำให้ชีวิตเราสะดวกเกินไปรึเปล่า?

ผลพลอยได้คือ ทำให้คนสมัยนี้ความอดทนต่ำถึงต่ำมาก ส่งผลให้การรอคอยอะไรนานๆจะรอไม่ได้ ยิ่งกรุงเทพฯรถค่อนข้างติด การรอคอยการเลื่อนรถไปในแต่ละเมตรคงต้องใช้ความอดทนอดกลั้นพอดู

เราเป็นเมืองพุทธเข้าวัดเข้าวาน่าจะมีซึมซับเรื่องพวกนี้บาง ควรมีสติใจเย็นกันให้มากกว่านี้สักนิดคือมีสติตลอดเวลาคงจะดี ไม่ใช่เข้าวัดขอหวย รวยวันรวยคืน อันนี้คิดว่าคงไม่ใช่วัตถุประสงค์ของศาสนาพุทธเท่าไหร่นะ

ออกนอกเรื่องไปหน่อย วิธีการแก้ปัญหาค่อนข้างยากเหมือนกันบางทีถ้าบังคับใช้กฏหมายหนักๆ เช่น เมา ขับเร็ว ตั้งใจหาเรื่อง ให้จับปรับและยึดรถไปเลย น่าจะดีกว่าบางทีเราต้องออกแนวบังคับ เพราะนิสัยพื้นเพคนในประเทศบางคนเหมาะกับวิธีนี้ จะได้ไม่เดือดร้อนชาวบ้านที่มาร่วมเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายบนท้องถนนอีกด้วยครับ

หวังว่าเรื่องเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวตอนเปลี่ยนเลนใครมาอ่านขอให้ทำเถอะครับ มันช่วยลดอันตราย และการกระทบกระทั่งกันได้เยอะ ไม่ต้องกลัวว่าเค้าจะไม่ให้เราเปลี่ยนเลนหรอก เพราะว่าถ้าเราเปิดไฟเลี้ยวแต่เนิ่นๆ จะมีคนที่มีน้ำใจให้ทางเราเอง ถ้าเราค่อยเปลี่ยนเลนเท่านั้นเอง ไม่ยากเลยครับ เพื่อสังคมที่ดีกว่านี้ ^^