ชมหมอกบนภูชี้ฟ้าและมองพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่ดอยผาตั้ง

ต่อจากตอนที่แล้ว “หนาวแรกภูลังการีสอร์ทจังหวัดพะเยา” ออกเดินทางไปภูชี้ฟ้าในวันที่ 6 ธันวาคม 56 จากพะเยาสู่เชียงรายโดยจุดหมายอยู่ที่ “ภูชี้ฟ้า” เคยได้ยินชื่อนี้มานานหลายต่อหลายครั้งว่าต้องไปให้ได้นะ ก็ไม่คิดว่าวันนี้จะมาถึง ^^

6
ระยะทางจากภูลังกาไปภูชี้ฟ้าประมาณ 100 ก.ม.นิดๆ ขับรถแบบเรื่อยๆไม่รีบประมาณ 2-3 ชั่วโมงครับ เรามาถึงประมาณบ่ายสองโมงเศษๆได้ที่พักแถวก่อนขึ้นภูชี้ฟ้าราคาส่วนใหญ่ก็มี 900 – 1,500 – 2,000 บาทครับ ผมไม่ได้ถ่ายรูปที่พักมาแถมจำชื่อไม่ได้ แต่ไม่ต้องกังวลครับที่พักเยอะมากกกกก พี่ที่เคยมาบอกมันเจริญขึ้นเยอะเริ่มแออัด (ผมก็ว่าอย่างนั้น…) หลังจากจัดแจงขนของเข้าห้องเรียบร้อยก็เดินทางไปผาตั้งซึ่งอยู่ใกล้ๆกันห่างจาก ภูชี้ฟ้าประมาณ 30 ก.ม. ที่ผาตั้งมีที่จอดรถค่อนข้างกว้างครับอาจเป็นเพราะมาช่วงเย็นคนเลยมีไม่เยอะเพราะส่วนใหญ่จะมาดูพระอาทิตย์ขึ้นช่วงเช้ากัน ลงจากรถก็รีบหาอาหารกินกันก่อนเลยส้มตำข้าวไข่เจียวและไก่ย่างรมควันที่โคตรอร่อย (สงสัยหิวจัดอร่อยไปหมด ^^) เมื่อท้องอิ่มก็มีเรี่ยวแรงที่จะได้เวลาขึ้นผาตั้งล่ะ
8
ต้นทางที่จะขึ้นมีม้าให้เช่าพาขี่ไปชมผาตั้งสำหรับคนที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศนะครับราคาก็หลักร้อยอันนี้ลองไปถามกันดู ผาตั้งจะมีอยู่ทั้งหมด 3 เนินครับเดินขึ้นไปก็จะเจอกับศาลาเก๋งจีน ถัดมาก็พระพุทธมังคลานุภาพลาภสุขสันติ และป่าหินยูนนานครับ
01
12
เราเดินลัดเลาะไม่ได้ขึ้นเนินที่ 2  (เนิน 102)จะมีระฆังที่นี่เพราะตั้งใจไปเนิน 3 เลยคือจุดชมพระอาทิตย์ตกระหว่างทางก็จะมีชัดบ้างสลับกันไปครับ บางจุดมีดินกึ่งโคลนเล็กๆตรงนี้ระวังจะลื่นก้นจั้มเบ้ากัน ระหว่างทางมีขี้ม้าบ้างพอให้ได้หลบกันเล็กน้อยเพื่อความเพลิดเพลิน 555+
43
ระยะทางประมาณด้วยสายตาจากเนินแรกจนถึงเนิน 3 ประมาณ 600-700 เมตรครับถือว่าพอเดินได้อยู่ครับ แต่ขอบอกว่าคุ้มกับเวลาและเหงื่อที่เสียไปมากมายนัก เพราะวิวข้างทางทางสุดอลังการทั้งดอกไม้ใบหญ่าใบเมเปิ้ลต้นเล็กๆ หรือจุดชมวิวช่องผาขาดที่มองเห็นฝั่งลาว
9
10
พอมาถึงเนิน 3 (เนิน 103) คุณพระคุณเจ้าวิวสวยมากมองเห็นแทบจะ 360 องศา (ภาพพิธีกร TV  360 องศาแว่บเข้ามาในหัว 555+) อะไรมันจะขนาดนี้มองฝั่งไทยไกลสุดลูกหูลูกตามองฝั่งลาวก็เขียวอุดมสมบูรณ์เชียวตรงจุดนี้ขอบอกว่ามีความสุขมากครับ มาถึงก็ตั้งกล้องเก็บภาพกันอย่างเมามันส์กันทีเดียว ความรู้สึกที่ดื่มด่ำกับธรรมชาติกลับมาอีกครั้งหลังจากทำงานมายาวนานไม่ค่อยได้พักร้อนเหมือนชาวบ้านเค้าสักเท่าไหร่
11
พระอาทิตย์กำลังจะตกสวยจัง ถึงเวลาต้องรีบลงในขณะที่ยังมีแสงอาทิตย์บางๆคอยนำทาง ลงมาถึงก็มืดพอดีครับขับรถต่อไปยังที่พักในวนอุทยานภูชี้ฟ้าต่อเพื่อเตรียมตัวขึ้นภูชี้ฟ้าตอนตีสี่ต่อไป
7
ตื่นๆ เพื่อนปลุกเหมือนเคยตื่นกัยตีสามครึ่งเพื่อนเดินไปขึ้นรถสองแถวที่ต้นทางก่อนขึ้นภูชี้ฟ้าราคาต่อคน 20 บาทครับ เป็นรถกระบะคนรถก็จัดแจงใครอยากนั่งหข้างในรถด้านหน้าก็ได้หรืออยากจะสัมผัสความหนาว 8 องศาก็เชิญด้านหลัง ระยะทางขึ้นไปประมาณ 2 กม. พอขึ้นไปเท่านั้นสิ่งแรกที่เห็นคือ ร้านขายของมาม่าคัพเครื่องดื่มร้อนโน่นนี่นั่นเพียบ ตามมาถึงบนนี้กันเลยเร๊อะ แต่ที่น่าจะขายดีคือไฟฉายอันล่ะ 20 บาท เพราะเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ลืมเอาไฟฉายขึ้นมาด้วย ระหว่างทางมืดมากขอบอก ผมก็เป็นคนนึงที่ลืมเพราะไม่มีประสบการ์ณขึ้นภูชี้ฟ้ามาก่อนลืมซะงั้น แต่ไม่เป็นไรใช้มือถือเปิด App ไฟฉายซะโคตรสว่าง 5555+
18
20
คิดว่าตีสี่มาแรกๆนึกว่าจะจับจองที่แถวหน้าได้ คุณพระคุณเจ้าคนมหาศาลขอยกคำลุงกำนันมาใช้หน่อย “อภิมหามวลมหาประชาชน” มันเยอะมากจะตกภูกันมั้ยเนี่ย ไม่ต้องกังวลครับเค้ามีรั้วกั้นให้เล็กน้อยเผื่อจะเดินเพลินร่วงหล่นไปฝั่งลาวซะลำบากคนทางบ้านอีกยังไงถ้ามาก็เดินระมัดระวังครับ เพราะถ้าพลาดรับรองได้ว่าเกิดใหม่แน่นอน
26
25
มาถึงยอดบนสุดภูชี้ฟ้าก็รอพระอาทิตย์ขึ้นครับผมรออยู่แถวที่ 4 ข้างหน้าคนเพียบ (ย้ำว่าคนเยอะมากกกกก) แต่เมื่อฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีด้วยแสงอาทิตย์แรก มองด้านล่างเห็นหมอกแน่นๆลอยตัวจับกลุ่มแทบจะทะลักขึ้นมาบนภูเขาไกลๆ ประทับใจสุดๆครับสมกับการรอคอยกันทีเดียว ผูคนต่างยิ้มเริงร่าถ่ายรูปกันอย่างสนุก บ้างมาเป็นกลุ่มใหญ่เฮฮากันทีเดียว บ้างเป็นคู่รักเห็นแล้วแอบอิจฉาเล็กน้อย อิอิ ความสุขของคนเราก็มีไม่กี่อย่างหรอกครับ ได้ไปในที่ๆอยากไป ถ้าไปกับเพื่อนกับคนรักก็มีความสุขมากนัก แถมได้มาเห็นธรรมชาติสุดบรรเจิดรังสรรค์ความงามกันเต็มตาขนาดนี้ “ควมสุขโคตร…”
21
22
23
24
27
19
ก็จบตอน “ชมหมอกบนภูชี้ฟ้าและมองพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่ดอยผาตั้ง” ไว้เท่านี้ก่อนนะครับผม ภาคเหนือยังมีอีกหลายที่ๆอยากไปสัมผัสอีกเยอะไว้จะกลับมาบอกเล่ากันใหม่ครับ ^^