กระแสบริโภคนิยมกับเงินเดือนที่สูงขึ้นคือความสุขจริงหรือ?

จำได้ว่าเงินเดือนจบใหม่ๆประมาณหมื่นนิดๆ แต่มีความสุขมาก คงเพราะไม่ได้มีภาระอะไรมากมายให้ต้องหาเงินมากมาย  บวกกับความต้องการสิ่งของฟู่ฟ่าที่อยากได้มาครอบครอบแทบน้อยชิ้นเลย เลยมีเวลาไปเล่นกีฬาพบปะเพื่อนฝูง อ่านหนังสือทำนู่นนี่เยอะแยะไปหมดถึงจะธรรมดาแต่นั่นแหละความสุขที่ได้ทำทั้งนั้น

แต่ก็มีบ้างที่ต้องใช้เงินซื้ออุปกรณ์ทำมาหากินอย่างคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เพื่อไว้ใช้ทำงานและเก็บข้อมูลต่างๆ จำได้มีครั้งนึกทุกสิ่งทุกอย่างที่เราใช้มาพร้อมใช้กันเสีย เสื้อผ้าขาดเปื่อยยุ่ย , Power Supply พัง , Hard disk เสีย จำเป็นต้องซื้อใหม่ดีที่พอมีเงินเก็บเล็กน้อยช่วยได้ และหมดไปในทันที แต่ก็ผ่านมันมาได้ พอเลยผ่านชีวิตการทำงานมาได้สักพักรายได้เริ่มดีขึ้นครั้งนั้นสอนให้รู้อย่างนึงคือ ผมใช้จ่ายไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่องเยอะเหมือนกัน คงเป็นเพราะไม่เคยมีมั้ง หรือจะเรื่องดูหนังที่ดูแทบทุกเรื่องที่เข้าฉายจนแทบเป็นกูรูหนังไปเลยทีเดียว เงินที่ได้มาก็เก็บบ้างนิดหน่อย แต่ก็หมดไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน แต่สิ่งที่เห็นชัดๆจนถึงตอนนี้ก็คือพวกของยิบย่อยส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์ IT โอ้โหนี่กูซื้อห่าน!อะไรมากองพะเนินเทินทุ่งขนาดนี้วะ!!! เห็นแล้วก็หลายหมื่นล่ะเนี่ย ผมเริ่มคิดได้ว่าไม่จำเป็นเอาซะเลยกับของพวกนี้มันเป็นสิ่งล่อตาล่อใจของระบบทุนนิยมและตามกระแส แล้วมันก็หมดไป ไหนจะค่านิยมในการกินแพงกิน อาหารโรงแรม กินฟูจิเป็นบ้าเป็นหลังก่อนหน้านั้น จริงๆก็กินได้นะสักเดือนล่ะ 1-2 ครั้งอะไรก็ว่าไป พอให้หายอยาก ตอนนั้นอ้วนมากกินเยอะกินหนักหน่วง บุฟเฟ่ นี่ตัวดีเลยถลุงเวลาถลุงเงินจ่าเหมาก็จริงแต่ไม่ใช่ถูกๆนะครับ คือพวกเราก็เป็นคนกลุ่มนึงที่โดนระบบกระแสบริโภคนิยมของนายทุนปั่นให้เดินไปตามเกมนะอันนี้ความเห็นส่วนตัว ซึ่งยากที่จะต้านทานไหวล่อตาล่อใจซะขนาดนี้ ยิ่งโฆษณาบ้านเราเขาไม่สนใจหรอกว่าคนที่เสพจะเป็นยังไงของกูขายของได้ไว้ก่อนเองจะไปเป็นหนี้เป็นสินก็เรื่องของเอ็ง “กุได้ตังค์เป็นพอ”

บางทีลองมองดูสิ่งรอบๆตัวเองที่ซื้อมาผมเชื่อว่าทุกๆคนมีขยะที่ไม่ได้ใช้เต็มบ้านเต็มห้องเลย ลองหันไปดูซิ

Photo by Paul Fiedler on Unsplash