มันก็มีมาทุกครั้งที่ชีวิตต้อง “ร้ายเจ็ดทีดีเจ็ดหน”

เคยเป็นมั้ยอยู่ๆก็มีปัญหาประเดประดังเข้ามามากมายในช่วงเวลาเดียวกัน ผมเชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยเจอ ตัวผมก็เช่นกัน และหลายครั้งด้วย ทำให้รู้สึกเหนื่อยท้อเหมือนกัน มันจะอะไรนักหนาวะ แต่สุดท้ายมันก็ผ่านมาได้ทุกๆครั้ง น่าแปลกเนอะ
บางทีเคล็ดลับมันอาจจะอยู่ที่เรายืนหยัดอยู่ประจันหน้ากับปัญหานั้นก็ได้ ถึงแม้สภาวะจิตใจตอนนั้นจะอ่อนแอแต่ก็ไม่ทำให้ถึงกับตาย ก็ไม่เห็นมันจะตายหรือใกล้ตายเลยสักครั้ง ชีวิตสั้นเกินกว่าจะมาเสียเวลากับเรื่องหยุมหยิมพันนั้น บางทีการที่เราย้ำคิดย้ำทำไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นเลย

มิหนำซ้ำยังบั่นทอนจิตใจเดิมที่มีความสู้ให้หมดลงไปอย่างรวดเร็ว วิธีที่ผมใช้แก้นั้นมีหลากหลายไม่ว่าจะ ฟังเพลง เล่นกีตาร์ ร้องเพลง หรือถ้าไม่ไหวขอขับรถไปเรื่อยๆ ไปต่างจังหวัดฟังเพลงมองไปไกลๆให้เวลาตัวเองตรึกตรองบางอย่าง แล้วมันจะคลายไปทีละเปราะ สุดท้ายแล้วถ้ายังไม่ได้ก็คงต้องวางมันลงแล้วดำเนินชีวิตต่อไป “ยังไงซะเกิดคนเดียวตายคนเดียวอยู่แล้ว คงไม่ต้องเอาความรู้สึกแย่ๆไปกับเราด้วย ถือไว้หนักเปล่าๆ”

ครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งนึงที่สภาวะจิตใจเกือบจะย่ำแย่ แต่ก็ดึงสติกลับมาได้เร็วกว่าครั้งก่อนๆ ขอบคุณประสบการณ์ที่เลวร้ายก่อนๆที่ผ่านมาช่วยให้ฟื้นตัวเร็ว ถ้าเป็นเมื่อก่อนได้เรื่องไปแล้วล่ะ ต่อไปเจออะไรโหดๆก็ไม่กลัวถึงจะผิดพลาดแต่มันจะช่วยผมในอนาคตได้มาก มันทำให้เรารู้โลกมากขึ้น แต่อย่าเอาอะไรมากกับจิตใจคนขนาดว่าเรารู้มากแล้วยังจุกอกได้เลย

ข้อดีของความเจ็บปวดที่ผ่านไปคือ “มันทำให้เห็นคุณค่าของสิ่งที่อยู่ตรงหน้าในตอนนี้”

Photo by marc liu on Unsplash