วิธีแก้ปัญหารถติดสำหรับกรุงเทพฯ 5 ข้อง่ายๆ

เชื่อได้ว่าจะต้องมีผู้ฉลาดลึกล้ำ เทพฯมาจุดติมาตั้งแง่ว่าที่พูดมามันทำไม่ได้ แค่คิดอย่างนี้ก็อย่าหวังเริ่มเลย เก่งจริงๆไอ้เรื่องพวกนี้ การแก้ปัญหารถติดในกรุงเทพฯนั้นง่ายมากไม่ได้มีอะไรสลับซับซ้อนเลย เด็กอนุบาล 1 ยังคิดออก แต่ผู้หลักผู้ใหญ่ กลับคิดไม่ออก มัวแต่คิดเรื่องผลประโยชน์ “ถ้าไม่ลงตัวกูก็ไม่ทำ” ทีนี้มาตั้งคำถามก่อนว่า “ทำไมรถถึงติด?????” ติ๊กต่อก…ติ๊กต่อก…ติ๊กต่อก…ติ๊กต่อก หมดเวลา คำตอบก็คือ เพราะรถมันเยอะกว่าถนนที่รองรับได้นะเซ่!
ถนนรองรับไม่พอนักการเมืองหน้าใสของบ้านเราก็คิดแบบควายเรียกพี่โดยการเพิ่มเลนถนนจากหนึ่งเป็นสองจากสองเป็นสามจากสามเป็นสี่ นี่ถ้ามีที่เหลือมันคงเพิ่มร้อยเลนไปแล้ว คำถามที่สอง ทำไมรถถึงมากขนาดนี้? ตอบเลยล่ะกันคนอยากโก้ก็แค่ส่วนหนึ่ง แต่ผมคิดว่าประเด็นหลักๆเลยคือมันเดินทางไม่สะดวกนี่ล่ะสำคัญสุด ลองนึกสภาพที่ตัวเองต้องมายืนรอรถเมล์ซึ่งไม่รู้เมื่อไหร่มันจะมา พอมาก็เสือกวิ่งขวาซะนั่น ขึ้นรถตู้ก็ซิ่งอาจตายเร็วได้ มอเตอร์ไซต์วินก็นึกว่าตัวเองเป็นอมตะ โบก taxi ส่งรถเติมแก๊ส ช่างเลือกลูกค้าเร๊อะเกิน ก็จนแบบโง่ๆต่อไปเถอะเอง

เห็นมั้ยล่ะสารพัดความทรหดของคนในเมืองหลวงแล้วจะทำไงล่ะก็ดิ้นรนซื้อรถยนต์ดีกว่าไม่ต้องตากแดดรอรถน๊านนานแบบนี้ ยิ่งนโยบายรถคันแรกช่างโดนใจเร๊อะเกิ๊น ยืมเงินดาวน์จากญาติๆมาก่อนล่ะกันอิอิ หวานกรอบล่ะ คิดอย่างนี้กันหมดปัญหารถติดก็ทวีความรุนแรงประหนึ่งมหาอุทกภัยกันทีเดียว พล่ามมามากสาเหตุเหี้ยๆพวกนี้ก็รู้ๆกันอยู่แล้วทีนี้มาดูวิธีแก้ปัญหารถติดกันดีกว่า

  1. ทำ Sky Walk ในกรุงเทพฯให้เชื่อมต่อกันให้หมด และห้ามคนมาวางของขายเด็ดขาด รับรองคนเดินถนนปลอดภัยระดับนึง ไม่ต้องหลบหาบเร่ลงบนผิวถนนอันตราย
  2. ทำ ทางจักรยานลอยฟ้า แล้วเชื่อมต่อกันให้หมด ถ้าทำขนานกับ Sky Walk ด้วยนี่แหร่มเลย “ชีวิตคนเดินถนน และคนปั่นจักรยานคงปลอดภัยมากขึ้น”
  3. รถไฟฟ้าสำคัญที่สุด เชื่อมต่อกันให้หมด มันควรจะมีมานานแล้วที่เอื่อยเฉื่อยเพราะผลประโยชน์ล้วนๆ
  4. ใช้รถเมล์ปรับอากาศให้หมดได้แล้ว บ้านเราเมืองร้อนก็ยังโง่ใช้รถร้อนอยู่นั่นล่ะ ค่าโดยสารถ้าคิดถวนเฉลี่ย แล้วตัดรถเอกชนโง่ๆมาทับเส้นออก ขสมก คงรวยไม่ขาดทุนอย่างนี้หรอก แต่ก็อย่างว่าฮั๊วกันมีนอกมีในมาตลอด ถุยประเทศชาติ
  5. ทำถนนให้มันแข็งแรง และบำรุงรักษาให้ดี เพราะพี่เล่นเป็นดาวอังคารแบบนี้รถมันก็ติดๆขัดๆกันไม่ไปไหนสักที

หลักแนวคิด “ให้ความสำคัญกับคน ไม่ใช่รถยนต์” และที่พูดมาผมเชื่อว่ามันสามารถทำได้ นักออกแบบบ้านเราเก่งมากมายไม่ต้องห่วง ห่วงแต่ผู้มีอำนาจก็เท่านั้นว่าจะทำหรือไม่ทำ ถ้าทำครบขนาดนี้เชื่อเถอะคนจะซื้อรถน้อยลง