ประเดิมธีมใหม่ในโพสนี้ซะเลยอิอิ  ถามตัวเองมาหลายปีเหมือนกันว่า “เงินมันคือความสุขจริงเหรอ?” ตอบว่าใช่แต่สำหรับผมเองมันเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น “ไม่ได้บอกนะว่ามันไม่สำคัญ” ผมจำได้เมื่อหลายปีตอนนั้นผมเรียนจบแรกๆหางานทได้เงินเดือน 11,000 ซึ่งเพื่อนๆผมตอนนั้นเงินเดือนสูงกว่าผมประมาณ 5-7 พันบาท แต่ผมเฉยๆไม่ได้อิจฉาเพื่อนหรอกนะทุกวันนี้ก็ยังเป็นอยู่ผมมีความสุขกับการได้ทำงานโปรแกรมมิ่ง และอื่นๆที่เกี่ยวกับพัฒนาเว็บเท่านั้น ทำงาน 7 โมงเช้าเลิกงาน 4 โมงเย็น มีเวลาออกกำลังกายวิ่งจ๊อกิ้งตอนเย็น มีเวลาเจอเพื่อนๆที่หอซึ่งตอนนั้นยังเรียนรามฯกันอยู่เลย มีเวลาเล่นบาสฯวันเสาร์-อาทิตย์ ผมแทบไม่ได้ใช้เงินฟู่ฟ่าอะไรมากมายแต่ผมกลับมีความสุข แถมไม่อ้วนเหมือนตอนนี้

ผลพลอยได้ตอนนั้นที่ไม่ค่อยเที่ยวมากมาย หรือซื้อนู่นนี่เยอะแยะทำให้ผมมีเวลาอ่านหนังสือค้นคว้าจึงมีความรู้และก้าวผ่านจุดนั้นมาได้และเข้าทำงานในบริษัทต่างๆต่อมา แต่กลับเป็นว่าผมไม่มีเวลาออกกำลังกาย กินแหลกลาน แต่ไม่ถึงขั้นสำมะเลเทเมา แค่บ้างานมากไปหน่อยจนมีครั้งนึงผมเจ็บมือและเป็นพังผืดที่ข้อมือ ทำให้เริ่มตระหนักในสุขภาพทันทีว่านี่เราทำอะไรอยู่

ผมลาออกจากงานมารับงานได้สักพักก็เข้าทำงาน office เหมืนเดิมและเริ่มสนุกกับการทำงานก็มีออกำลังกายบ้าง แต่ยังกินเท่าเดิมและนอนน้อยเหมือนเดิม ตอนนั้นผมต้องการซื้อรถเพราะเบื่อความเฮงซวยของระบบขนส่งบ้านเราซึ่งด้อยพัฒนามาก ผมจึงทำงานหนักมากเพื่อให้ได้เงินดาวน์ และก็ยังสนุกแบบบ้าเลือดรับงานหลายจ๊อบ เงินก็ได้มาสมกับงานที่ทำไป จนมาถึงเวลาไม่นาน น้ำหนักผมขึ้นโดยไม่รู้ตัว และสุขภาพไม่ดีเอาซะเลยข้อมือก็เริ่มเจ็บ หาหมอหลายครั้งหลายครา เสียเงินไปเป็นหมื่นๆ “สุดท้ายเลยคิดได้ ว่าทำงานมารักษาโรคหมดมันเป็นอย่างนี้นี่เอง”

ผมเลยตัดสินใจจนถึงตอนนี้คือใช้ชีวิตให้สมดุลแบ่งงานแบ่งเวลาให้ชัดเจน “สุขภาพสำคัญกว่าเงิน ไม่มีสุขภาพก็ไม่มีเวลาไปหาเงิน หาเงินจนไม่มีเวลา ก็ไม่มีเวลาได้ใช้เงิน (ไว้ใช้ตอนรักษาตัวเอง)”