สู่ช่องเย็น ณ อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ @กําแพงเพชร

ได้ยินชื่อ “อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ” ที่จังหวัดกําแพงเพชรมานาน เลยขอไปเยี่ยมเยียมซะหน่อย ระยะทางจากกรุงเทพฯประมาณ 350 กม. วิ่งเส้น อยุธยา อ่างทอง เข้าเส้นไปนครสวรรค์ แล้วเบี่ยงซ้ายไป จังหวัดกําแพงเพชร ก่อนถึงด่านทางเข้า อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จะมีที่พักกรมทางหลวง ผมแวะเข้าห้องน้ำที่นั่นบรรยากาศดีร่มรื่นห้องน้ำสะอาด ใครไปก็ลองแวะเข้าไปดูครับ ขับต่อไปสักประมาณ 15-20 นาที ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ที่ทำงานสวยงามมาก ติดต่อสอบถามและจ่ายค่าเข้าค่ารถค่ากางเต๊นท์ที่นี่ ในที่ทำการฯจะมีลำธารน้ำตกอยู่ด้านหลัง ลองเดินไปดูโอ้วยังไม่ทันจะถึงช่องเย็นเลย นี่ก็สวยแล้ว  เห็นความสะอาดของอุทยานอยากให้เอกชนบางที่นำไปใช้ ขยะน้อยมากเพราะกฏระเบียบเคร่งครัด จะได้มีที่สวยๆไว้ให้คนอื่นเค้ามาได้ชมกันบางนะจ๊ะ

ลำธารน้ำตกหลังที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่วงก์

ลำธารน้ำตกหลังที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ 2

ที่พักอยู่บนเนินวิวสวยน่าดูตื่นเช้าๆ

มีสะพานไม้เล็กๆ

อยากลงไปดำผุดดำว่าย

หลังจากติดต่อเจ้าหน้าที่ก็เหลือบมองไปเห็นรูป”ตัวคุ่น” ซิ่งเป็นจุดเด่นของช่องเย็นเลยตัวเล็กๆใหญ่กว่าแมงหวี่นิดนึงแต่จะมาดูดเลือดเราตอนดูดไม่รู้สึกแต่ตอนมันจากเราไป เราจะคันๆๆๆๆ และจะทิ้งรอยแผลเป็นไว้ให้เราไปตลอดกาล เจ้าหน้าที่บอกฉีดยาพวกกันแมลงทุก 1-2 ชม.ก็ดีและใส่เสื้อผ้าขายาวแขนยาวปกปิดหน่อยก็ดีเดี๋ยวจะมัวแต่เกาไม่ได้ทำอะไรพอดี อิอิ  ในตัวอุทยานจะมีสวัสดิการร้านอาหาร เลยแวะซื้อเอาไปกินข้างบนเลยดีกว่า จากนั้นก็เบิ่งรถต่อไประหว่างทางจากที่ทำการอุทยานฯถึงช่องเย็นประมาณ 26-30 กม. ระหว่างทางก็จะมีจุดชมวิวต่างๆเช่น กิ่วกระทิง , ขุนน้ำเย็น อันนี้จะแวะหรือค่อยผ่านตอนขากลับก็แล้วแต่สะดวกกัน เส้นทางขึ้นเขาไม่ชัยมาก แต่ทางค่อนข้างแคบขับอย่าประมาณรถสวนมาอาจมีเรื่องอิอิ

ทางค่อนข้างแคบๆกว่าในภาพที่ถ่ายมาอีกนะ

สุดลูกหูลูกตา

และแล้วเราก็มาถึงช่องเย้นฮ้วๆๆๆ มาถึงบ่าย 2 โมงอากาศเย็นนิดๆไม่ถึงขึ้นหนาว เพราะปีนี้หนาวช้ามาก พร้อมตัวคุ่นบินมาต้อนรับเป็น 10 ตัว ผมโดนประมาณ 10 กว่าจุดพอได้คันรอบตัวยังกะอิสุกอิใส แต่ไม่ต้องกังวลครับตัวคุ่นออกหากินตินกลางวันกลางคืนไม่มี ไปลุ้นทากแทนผลัดกันทำงาน 55+ จัดการกางเต๊นท์จัดข้าวจัดของเตรียมหม่ำข้าว เดินเก็บภาพรอบๆลานกางเต๊นท์ อ่อที่นี่รับนักท่องเที่ยวได้แค่ 150 คนเท่านั้น ตอนปีใหม่จัดคิว 2 รอบเพื่อให้รถวิ่งขึ้นลงอย่างเป็นระบบก็อย่างที่บอกทางมันแคบอาจเกิดอุบัติเหตุได้ตอนคนเยอะ ดูรอบๆคินนี้มีประมาณ 20-25 เต๊นท์ ไม่เยอะๆกกำลังดี

ลานกางเต๊นท์ที่ช่องเย็น

มีบ้านพักน่าจะ 5 ห้องนับดูเอา

เห็นไกลๆเป็นบ้านพักเจ้าหน้าที่

หลังใหญ่นี่น่าจะให้นักท่องเที่ยวด้วย เพราะมีรถน้องๆที่ขึ้นมาด้วยกันจอดอยู่

ปักเต๊นท์ก่อนเริ่มหิว

ใกล้ๆที่พักมีจุดชมวิว 360 องศา ชื่อ “ภูสวรรค์” ตัดสินใจลองขึ้นดูเพราะแค่ 300 เมตรเอง ตอนนั้นฝนทำถ้าจะตกแต่คิดว่าคงไม่มั้งเดินขึ้นไปครับ เข้าไปเจอบันไดทางขึ้นเอิ่มขั้นบันไดเท้าเข่าผม –‘ เดินไปได้ประมาณ 200 เมตรหมดแรงครับ ฝนจะตกสงสัยไม่ถึงแหงม +_+ นั่งหายใจพักเหนื่อยอยู่พักนึงลงดีกว่าเรา 55+ ก่อนจะลมจับเปียกฝนอยู่บนนี้ “ขอบอกว่าทางชันมาก” เป็นโรคเก๊าล่ะงานเข้าแน่

ภูสวรรค์ ที่รู้สึกเหมือนนรก “หายใจไม่ทัน +_+”

ไม่เห็นพระอาทิตย์ตกเสียดายจัง

พอลงมาก็เลยอาบน้ำเลยดีกว่าเพราะเหงื่อโชกกันทั้งตัว ห้องน้ำที่นี่สะอาด ชาย 2 ห้อง หญิง 3 ห้อง ขอบอกว่าน้ำเย็นสะใจเหมือนใครเอาน้ำแข็งมาใส่กันเลยทีเดียวเวลาก็ผ่านไปจนมืดค่ำอากาศไม่หนาวมากประมาณ 18-19 องศา แต่มีไอออกทางปากได้บรรยากาศดีทีเดียว กลางคืนลมมีแต่ไม่แรงมากบวกมีฝนตกตอนที่ไป เอาซะเต๊นท์ข้างๆนอนไม่ได้เพราะรั่วตัวเต๊นท์น้ำฝนซึมเข้ามาโวยวายทำเอาเรานอนไม่หลับไปด้วย

บรรยากาศเช้าๆ

ตื่นกันหมด เย็นๆ

18 องศา พอได้อยู่…

เตรียมตัวกลับล่ะ

เช้าวันใหม่ตื่นมาพร้อมคิดว่าหมอกมาเต็มแน่ๆฝนตกขนาดนี้ลมไม่แรงมาก ที่ไหนได้ไม่มีเศร้ากันไปฮา… เวลาประมาณ 10 โมงกว่าๆเริ่มเก็บเต๊นท์เพื่อมุ่งงหน้าสู่ “อุทยานแห่งชาติคลองลาน” ไว้ต่อตอนหน้าครับสำหรับ “คลองลาน”